เสริมนมถ้าต้องทานยาทาน ถ้าต้องทายาทา ทำตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด

เสริมนมถ้าต้องทานยาทาน ถ้าต้องทายาทา ทำตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด และเชื่อหมอสำคัญสุดค่ะ

ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดทำหน้าอกกี่แบบคะ
เทคนิคการผ่าตัดเสริมหน้าอกจะมีประมาณ 3 แบบที่นิยมที่สุด แบบกรีดที่ใต้รักแร้ ที่ปานนม และที่ใต้ราวนม ก่อนหน้านี้เมื่อนานมาแล้วลักษณะการผ่าตัดก็จะมีความเจ็บปวด มีเลือดออกมาก แต่ว่าเดี๋ยวนี้ถูกพัฒนาไปไกลมากคือดีขึ้น มีเลือดออกน้อยลง และมีอาการเจ็บปวดน้อยลง
เราเลือกขนาดได้ไหมคะ ความชิด ความห่าง ความสูง
ถามว่าเลือกได้มั้ยก็เลือกได้ แต่ว่าทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับขนาดลำตัวแล้วก็ขนาดของร่างกายเป็นเกณฑ์ด้วยเพราะว่าเพื่อที่ใส่เข้าไปแล้ว วัสดุส่วนที่ใส่เข้าไปแล้วเมื่อเสร็จผลลัพธ์ออกมาแล้วจะได้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเสริมนม.

เสริมนม
แล้วมีบางคนใส่แบบโอเวอร์จะเกิดผลข้างเคียงอะไรบ้าง
ก็คือในอนาคตอาจจะ 5-10 ปีข้างหน้าอาจจะมีปัญหาใหญ่ได้ เพราะว่าขนาดที่มันใหญ่มันก็จะมีน้ำหนักที่มันมากขึ้นแล้วพอประกอบกับร่างกายคนที่ตัวเล็กผิวมันก็จะบาง ยิ่งคนเอเชียผิวก็จะบางอยู่แล้วเป็นทุน เพราะฉะนั้นน้ำหนักที่มากมันก็จะยิ่งดึงผิว มันก็จะเกิดริ้วรอย ผิวมันก็จะเหี่ยวย่น มันก็อาจจะทำให้ตัววัสดุที่ใส่เข้าไปเหี่ยวย่นได้เพราะน้ำหนักมันทิ้งตัวแต่ร่างกายเรารับไม่ไหว
อย่างพวกวัสดุที่เสริม มันจะต้องเปลี่ยน คือมีคนบอกว่ามันก็มีอายุการใช้งานของมัน
จริงๆ แล้วมันไม่ได้ตายตัวว่า 10 ปี 15 ปี อาจจะต้องเปลี่ยนตัววัสดุเสริมข้างใน แต่ว่ามันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนมากกว่า เช่น ผิวหนังที่หย่อนคล้อย ขนาดหน้าอกที่ใหญ่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ก็จะทำให้เกิดความลำบากหรือไม่สบายตัว ก็เป็นไปได้ที่อาจจะเข้ามารับการผ่าตัดใหม่เมื่อเวลาผ่านไปค่ะ เสริมนม
หลักการฉีดฟิลเลอร์ ฉีดไขมันตัวเองเข้าไปที่หน้าอกคุณหมอมีความเห็นว่าอย่างไรบ้างคะ
ก็คือคุณหมอบอกว่าฟิลเลอร์มันเป็นวิธีการที่มีมานานแล้วเหมือนกัน มันก็โอเคอยู่นะเพราะว่ามันเป็นวิธีการที่ง่าย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องอะไร แต่ว่าก็ไม่ได้เป็นวิธีการที่ถึงกับดี แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ถ้าเทียบกันแล้วลักษณะการฉีดไขมันเข้าตัวเองอันนี้โอเคเลยเพราะว่ามันเป็นการใช้วัสดุจากร่างกายตัวเอง มันก็จะไม่มีผลข้างเคียงอะไร แต่ข้อเสียของมันก็คือว่า เราจะไม่สามารถฉีดได้ในปริมาณที่มากอย่างที่เราตั้งใจ อาจจะมีข้อดีกว่าการผ่าตัดตรงที่ว่ามันไม่ต้องมีบาดแผล เพราะมันเป็นวิธีการฉีดเข้าไปเฉยๆ แต่ก็จะไม่ได้ไซส์ใหญ่ขนาดที่ต้องการเหมือนกับใช้วัสดุเสริมเข้าไป
วัสดุการเสริมหน้าอกมีกี่แบบตั้งแต่ถูกสุด แพงสุด ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ
ก็คือหลักๆ จะมี 3 แบบ จะมีแบบที่เป็นพื้นผิวเรียบ ที่มีแค่ทรงกลม กับแบบที่เป็นพื้นผิวหยาบ จะมี 2 ทรง คือ แบบทรงกลมกับแบบที่เป็นทรงหยดน้ำ
ความต่าง มันต่างกันยังไงคะ
มันต่างกันตรงที่ว่า แบบนึงใส่แล้วต้องนวด อีกแบบนึงใส่แล้วไม่ต้องนวด
ก็คือถ้าเป็นทรงแบบที่พื้นผิวเรียบ เวลาที่เนื่องจากพื้นผิวมันเรียบเมื่อใส่เข้าไปแล้วมันจะยังมีช่องว่างในร่างกายทำให้เราจะต้องนวดอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้มันไม่มีปัญหากับสภาพร่างกายแต่ว่าถ้าเป็นแบบที่พื้นผิวไม่เรียบหรือเนื้อทรายตรงนี้ก็คือพอใส่เข้าไปแล้วมันจะยึดเกาะกับร่างกายได้ดีกว่าเพราะฉะนั้นมันไม่จำเป็นจะต้องนวดอะไร ก็คือในแบบพื้นผิวเรียบอาจจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติแต่ว่าก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการนวดอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าถ้าเป็นพื้นผิวไม่เรียบแบบเนื้อทรายมันอาจจะไม่ให้ความรู้สึกที่แบบหน้าอกขยับได้เหมือนแบบธรรมชาติจริงๆ สักเท่าไหร่นัก แต่ว่ามันจะมีข้อดีตรงที่ว่ามันจะไม่ต้องนวด มันก็จะไม่มีความเจ็บปวดเกิดขึ้น ก็พอมาเทียบในระหว่างพื้นผิวแบบเดียวกันแต่จะมี 2 รูปทรงก็คือเป็นทรงหยดน้ำกับทรงกลม ถ้าดูแล้วจริงๆ ทรงหยดน้ำจะดูเหมือนแข็งกว่านิดหน่อย ถ้ามองมุมนี้ก็จะเห็นว่ามันดูแข็งกว่าแต่มันจะทำให้รูปทรงอยู่ทรงมากกว่า มันทำให้ทรงออกมาเป็นธรรมชาติ ทรงหยดน้ำโดยปกติแล้วจะแนะนำให้กับคนที่หน้าอกค่อยข้างจะแบนมากๆ หรือไม่อย่างนั้นก็จะเป็นกับคนที่หน้าอกหย่อนคล้อย
ทรงหยดน้ำมันจะไม่มีท่าทีว่ามันจะนิ่มเหรอคะ คือเท่าที่จับดูค่อนข้างที่จะหนืดนึดนึง
หลังการผ่าตัด ประมาณ 2-3 เดือนนั้นแรก เนื้อเยื่อจะเริ่มเกาะตัว(พังผืด)กับวัสดุเทียมทำให้หน้าอกมีลักษณะแข็งตัว หลังจากที่ใส่เข้าไปในร่างกายแล้วก็ต้องรอสัก 3-6 เดือนมันก็จะนิ่มลงเป็นธรรมชาติขึ้นแต่ก็จะได้สัมผัสคล้ายที่จับ ก็คือในโลกนี้ไม่มีอะไรที่มันเพอร์เฟคไปทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างมันก็ต้องมีข้อดีข้อเสียในตัวเองเพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกวัสดุ เพราะฉะนั้นเลือกให้ดีก่อน